พอดีว่าซื้อคินเดิลมาสองสัปดาห์แล้วจึงมาเขียนความประทับใจเก็บไว้สักหน่อย (ตอนนี้เป็นอุปทูต Kindle ไปแล้วเพราะเอาไปตลอด คนเห็นก็จะถามว่าใช้แล้วเป็นยังไง) เรียกว่ารีวิวก็เรียกได้ไม่เต็มปากเพราะเขียนตามแต่ที่จะนึกได้
 
 
  • เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเค้าบอกว่าพฤติกรรมการใช้งานของ User จะเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อเจอกับ Gadget ใหม่ๆ ที่เหมาะกับตัวเขา ผมว่า Kindle เนี่ย.. อืม ทำให้ผมมอง ebook เปลี่ยนไปเยอะ เมื่อก่อนผมจะอยู่ในแคมป์ "เสพกลิ่นหนังสือ แตะกระดาษ" คือบูชาการอ่านหนังสือจริงๆ มาก แต่หลังจากซื้อ Kindle มา ชีวิตก็เปลี่ยนไปหน่อย คือเชื่อใน ebook มากขึ้นเยอะ (โฆษณาเหมือนขายตรงไร้ยางอาย)
  • หลายคนถามว่า ทำไมไม่ซื้อ iPad ล่ะ คำตอบคือเพราะผมคิดว่า iPad มันหนัก และใช้อ่านหนังสือไม่ได้จริงนานๆ แสงสว่างมันจะกวนตา แถมสเป็คตอนนี้ก็ยังดูกั๊กๆ (แรม 256MB, ไม่มีกล้อง) จึงเลิกสนใจไปในที่สุด แต่เหตุผลหลักๆ ก็คือหนักนั่นแหละครับ
  • ผมขี้เกียจแบกหนังสือหลายเล่มเวลาไปที่ไกลๆ ไปเที่ยว หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน เพราะปกติเป้ผมจะมีหนังสือไม่ต่ำกว่า 4 เล่มอยู่ตลอด (เป็นคนขี้เบื่อ อ่านหนังสือเล่มหนึ่งได้บทนึงก็เปลี่ยนไปอ่านเล่มอื่น วนไปเรื่อยๆ)
  • Kindle สามารถเล่นเนตได้ฟรีทั่วโลก ถ้าบริเวณที่มี 3G ก็ใช้ 3G ได้ ทำให้ไม่มีปัญหาว่าต้องมาโรมม่งโรมมิ่งอินเตอร์เน็ตให้วุ่นวายใจ 
  • ผมว่า Kindle 3 สวยกว่ารุ่นพี่ของมันหลายช่วงตัว โดยเฉพาะสีดำนะนิ้งมาก แล้วก็เล็กกำลังดี เบาด้วย
  • สั่ง 4 วันมาส่ง ราคาค่าตัวมัน 189$ (ถ้าเป็นรุ่น Wi-fi only 139$) แต่บวก tax บวกค่าส่งก็จะอยู่ราวๆ 229-239$ จำไม่ได้แน่ว่าเท่าไหร่ 


ขนาดเมื่อเทียบกับมือ

 

ความบาง 

  • Kindle สามารถอ่านไฟล์ .mobi .pdf และไฟล์รูปได้ (อ่าน ePub ไม่ได้) เวลาอ่านไฟล์ pdf ส่วนใหญ่จะต้องซูมเข้าไปอ่าน เพราะพื้นที่แสดงผลค่อนข้างเล็ก แต่ก็แปลงให้เป็น .mobi ได้ไม่ยาก (ใช้โปรแกรม Calibre หรือให้ Amazon แปลงให้ระหว่าง sync ผ่านเมล) เมโมรี่ภายในมี 4GB ถึงจะดูน้อยแต่จริงๆ ก็ไม่น้อย เพราะไฟล์หนังสือมันเล็กมาก ถ้าจะเต็มก็เต็มด้วยไฟล์ภาพการ์ตูนนี่แหละ 


ขณะอ่านการ์ตูน (ขนาดของ Kindle ประมาณหนังสือการ์ตูนหนึ่งเล่ม
แต่จอเล็กกว่านั้น) 

  • ปัญหาที่เจอตอนอ่านการ์ตูนคือตัวหนังสือค่อนข้างเล็กมากสำหรับการ์ตูนบางเรื่อง อ่านนานๆ จะปวดตา (สำหรับคนที่ซื้อมาเพื่ออ่านการ์ตูนโดยเฉพาะ โปรดพิจารณา Kindle DX ที่จอใหญ่กว่า) โปรแกรมโหลดการ์ตูนในโลกนี้มีมากมาย เช่น DomDom Manga Downloader เมื่อโหลดมาจะได้เป็นโฟลเดอร์แยกแต่ละตอนก็เสียบสายก๊อปเข้า Kindle ได้ทันที 
  • หน้าจอเป็น e-ink ขาวดำ ไม่ใช่ทัชสกรีน (ชอบมีคนเผลอเอานิ้วไปแตะๆ) แสดงผลตัวหนังสือได้เทียบเท่าหนังสือจริง เผลอๆ จะอ่านง่ายกว่า เพราะสามารถปรับฟอนต์ ฟอนต์ไซส์และระยะห่างระหว่างบรรทัดตามชอบใจได้ รวมไปถึงขนาดตัวหนังสือก็เปลี่ยนได้สำหรับคนที่มีเงื่อนไขทางสายตาต่างๆ กัน


ขณะอ่าน


มีฟอนต์ให้เลือก 3 แบบ และขนาดตัวหนังสือให้เลือกเหลือเฟือ 

 
อ่านภาษาไทยจาก pdf ได้ 

  • ก่อนซื้อ ไปอ่านรีวิวของที่นึงมา เค้าบอกว่า Kindle ทำให้เค้าอ่านหนังสือจบเร็วขึ้น เพราะไม่เห็น "ความหนา" ของหนังสือ ทำให้ไม่ท้อ แถมพกไปอ่านที่ไหนก็ได้ด้วย
  • สามารถซื้อหนังสือได้จาก Amazon ได้ทันที กด Buy ปุ๊บ เงินไหลออก หนังสือไหลเข้าทันที
  • สำหรับคนที่ไม่สนับสนุนหนังสือแท้ หนังสือฮิตๆ ทั้งมวลมีให้โหลดในบิตทอรเร้นต์ทั้งสิ้น เห็นทอร์เร้นต์บางอันแล้วเศร้าใจนิดหน่อย เช่น All Books by Harlan Coben นั่นคือทั้งชีวิตการเขียนของฮาร์ลาน แต่กลับมีวิธีโหลดมาผิดๆ ได้ภายในสามสิบวินาที (ขนาดไฟล์หนังสือไม่ใหญ่มากอยู่แล้ว)
  • นั่นทำให้คิดว่าต่อไปวงการหนังสือจะต้องประสบกับปัญหาลิขสิทธิ์มากพอๆ กับวงการเพลง แต่ลำบากกว่าเพราะนักเขียนไม่สามารถแสดงโชว์ได้ จริงๆ เรื่อง ebook นี่พูดไปก็ยาว เดี๋ยวเก็บไว้เขียนคอลัมน์อีกที
  • ราคาหนังสือ e-book ใน Amazon จะถูกกว่า Hard cover (ปกแข็ง) มาก แต่โดยปกติจะถูกกว่า Paperback (ฉบับปกอ่อน กระดาษแย่กว่า) นิดหน่อย บางเล่มแพงกว่า Paperback
  • สามารถเล่นเว็บได้แบบอนาถหน่อย แต่ก็พอใช้ได้ เช่นทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก เช็คเมล (โดยเฉพาะเช็คเมลนี่เป็นประโยชน์ที่สุด เพราะต่อเนตฟรีทั่วโลกอยู่แล้ว)

  • ขณะเล่นทวิตเตอร์ เนื่องจากไม่ใช่ทัชกรีน จึงต้องขยับเมาส์โดยกด
    ขึ้นลงซ้ายขวา แต่ก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น



    เว็บเบราเซอร์อยู่ในส่วน Experimental Feature รวมไปถึงการเล่น MP3 
    (ที่ยังไม่ได้ลอง) และ Text to Speech (ให้อ่านหนังสือให้ฟัง) ซึ่งทำได้เฉพาะ
    e-book ที่สำนักพิมพ์อนุญาตให้ใช้ฟีเจอร์นี้ เสียงที่อ่านออกมาก็ใช้ได้ในระดับ
    เดียวกับ Microsoft Sam ในวินโดวส์ (คือฟังแล้วโรโบติคหน่อยๆ แต่ก็เข้าใจ)
  • คนที่รู้จักกันจะรู้ว่าผมไม่ค่อยหาเครื่องป้องกันมาใส่ให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สักเท่าไหร่ เนื่องจากจะทำลายความสวยงามของอุปกรณ์นั้นๆ แต่กับ Kindle การมีซองใส่ไว้เป็นสิ่งที่ดี เพราะสีที่คีย์บอร์ดลอกง่ายพอสมควร ราคาซองของคินเดิลถ้าสั่งจากอเมซอนจะประมาณ 1000-1500 บาท ซึ่งขี้เกียจสั่ง จึงไปลองหาอย่างอื่นมาแทน ที่เห็นเป็นสมุดใส่นามบัตรยี่ห้อ Theorem ขนาดพอดีกับคินเดิลเป๊ะ


เอาไว้ใส่เฉพาะในเป้ ไม่ถือไปไหนมาไหน
น้องชายมีคินเดิลเหมือนกัน ก็เอาแผ่นเวลโครมาติดคินเดิลกับไอ้ปกนี่ซะ
แล้วก็ถือไปทั้งอย่างนั้น

 
คีย์บอร์ดลอกง่ายนิดหน่อย (สังเกตตัว F) 

  • สรุปว่าประทับใจมาก ตอนนี้เอาไปทุกที่โดยไม่ต้องคิดว่าจะได้อ่านจริงหรือเปล่า (เพราะมันเบา-เบาประมาณสมุดโน้ตบางๆ หนึ่งเล่ม)
  • รีวิวมากกว่านี้แนะนำให้อ่านของคุณมาร์ค (รุ่นพี่ผมเอง) เป็นประโยชน์ มีสองตอนคือ
  1. One Day with Kindle http://www.isriya.com/node/3339/one-day-with-kindle-3
  2. Transfer your stuffs to Kindle http://www.isriya.com/node/3341/transfer-your-stuffs-to-kindle
  • ชุมชน Kindle ในประเทศไทยมีอยู่ที่ http://www.kindlethai.com แต่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ มีหนังสือให้โหลดฟรีบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นหนังสือธรรมะ)

 

Comment

Comment:

Tweet

http://www.kindleok.com
ขาย kindle 4 Touch Keyboard Fire
kindle ทุกรุ่น ebook Reader จาก Amazon
ราคาพิเศษ ต้องที่

http://www.kindleok.com

#25 By relaxpor (124.120.143.158) on 2011-12-29 23:21

อยากได้ kindle fire อะ

#24 By kindle black friday (58.11.59.176) on 2011-11-02 07:14

เดี๋ยวนี้สะดวกสบายจริง surprised smile

#23 By sbobet (27.116.62.17) on 2011-09-23 17:18

สุดยอดมากครับ

#22 By ibcbet (27.116.62.17) on 2011-09-23 17:17

ในอนาคต คินเดิ้ลมีแนวโน้มครองตลาดมากกว่า แท็บเล็ต เนื่ิองจากจอแสดงผลมีคุณสมบัติถนอมสายตา แถมเด็กเอาไปใช้เล่นเกมส์ได้ยากหน่อย

#21 By คินเดิ้ล (203.172.213.50) on 2011-09-17 21:25

ใช้คินเดิลเหมือนกันค่ะแอบถามนิดนึงเรื่องอเมซอนกิฟท์คาร์ดค่ะ คือปกติจะซื้อหนังสือผ่านอเมซอนค่ะแต่ทีนี้ถ้าเรารีจิสเตอร์เป็นยูซเซอร์ที่อยูในusaจะได้หนังสือมากกว่าและราคาถูกว่า 2 เหรียญซึ่งวิธีนี้จะทำได้โดยหักเงินผ่าน amazon giftcard แต่ซื้อได้ประมาณ 10 กว่าเล่ม ก็ซื้อไม่ได้ ได้รับเมลจากอเมซอนว่าให้เปลี่ยนที่อยู่ก่อน ซึ่งถ้าเปลี่ยนจะทำให้กลายเป็น user แถบเรจินอลซึ่งหนังสือแพงกว่า ไม่ทราบว่ามีไอเดียมั้ยคะว่าทำยังไงนอกจากเปลี่ยน username ไปเรื่อยๆ ขอยคุณค่ะ

#20 By ออย (124.121.159.65) on 2011-03-30 13:54

ลองไปดูเวบเกี่ยวกับ ebook ในไทยครับ
http://www.ebookforyou.biz

มี kindle และ nook

#19 By ebookforyou (58.10.201.216) on 2010-11-27 23:32

อ้างอิงถึงคุณ mk

ผมเอาไปให้ที่ office ดู ทุกคนจะ slide หน้าจอกันหมดเลยครับ เหมือนว่าปัจจุบันคนจะชินกับ touch screen กันไปหมด พอบอกว่าให้กดตรงนั้นกดตรงนี้ คนก็จะงง ๆ กันไปหมด

พอลองคุยกับคนหลาย ๆ คนที่เอาไปให้ดู ทุกคนจะชอบเอาไปเปรียบเทียบกับพวก tablet ทั้งหลายที่ทยอยกันออกมาตอนนี้ ผมเลยรู้สึกว่า kindle นี่คงไม่ใช่แนว lifestyle คนไทย ซึ่งต่างจากฝรั่งที่มักจะพก pocket book ไปไหนมาไหนจริง ๆ ครับ

ปล. จริง ๆ ก็อยากให้มี e-ink จอสีราคาย่อมเยาออกมาเร็ว ๆ เหมือนกันครับ ผมชอบถ่ายภาพและชอบอ่าน text ที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพซึ่งส่วนใหญ่เป็นรูปสี พอเอามาลง kindle แล้วมันดูไม่ได้อารมณ์เท่าไหร่เลยครับ ถ้ามี e-ink จอสีคงจะขยายตลาดได้เยอะ และผมก็คงจะถอยอีกเครื่องเหมือนกัน

#18 By Art (124.120.134.91) on 2010-10-28 23:14

ว่าจะมาตอบเมื่อวานแต่เว็บล่มเลยตอบไม่ได้

- ทุกคนที่มาเล่นเครื่องผม จะสไลด์เพื่ออันล็อคแบบ iPad
- หนังสือซื้อง่ายจนน่ากลัว เวลาโชว์คนอื่นต้องอย่าให้เขาจับเครื่องตอนนั้น
- ที่ออฟฟิศเพิ่งมี Kindle DX เอามาอ่านการ์ตูน เหมือนอ่านบูมมาก
- สมุดนามบัตรนี่น่าสนใจ ตอนนี้ผมใช้วิธีใส่กระเป๋าเครื่องสำอางค์แทน

#17 By mk (58.8.100.22) on 2010-10-28 12:12

น่าใช้เหมือนกันแฮะ ไว้มันมีจอสีเมื่อไหร่
คงต้องมาพิจารณาการซื้ออย่างละเอียดอีกที อิอิ

#16 By @ri on 2010-10-27 01:37

คงต้องทำหนังสือสำหรับสะสม...
แมกกาซีนหนังสือพิมพ์ไปก่อน..

#15 By wesong on 2010-10-27 00:35

อยากได้

#14 By ไทดี้ on 2010-10-26 23:29

อยากได้มั่งอ๊ะ

#13 By Öam on 2010-10-26 21:43

ปล พี่วิชัยฮา 5555555
อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

#12 By iarbuckle on 2010-10-26 21:24

เห็นแล้วก็อยากได้บ้างงงง
เราว่าสีมันดูแบบสบายตามากๆ
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆเน้อ
เพิ่งสั่งมาเหมือนกันค่ะ อยู่ในช่วงเห่อเลย แต่ยังไม่ได้สั่งปกเพราะตังค์หมดนี่แหละ ดีเลย เดี๋ยวไปหาที่ใส่นามบัตรมาทดลองใส่มั่ง 5555

โดยส่วนตัวชอบที่มันดาวน์โหลดนิตยสารมาให้อ่านได้ง่ายๆ นี่แหละ พวก Ellery Queen's Mystery Magazine, Asimov's SF Magazine มีให้รับรายเดือนเดือนแค่ละ 500 เยน ดีใจมากกกกก

แต่แอบเคืองที่มันแฮงค์บ่อย (หรือใช้ไม่ดีเอง) กับคีย์บอร์ดลอกไวนี่แหละค่ะ คงต้องไปหาอะไรมาแปะๆ มั่งแล้วเหมือนกัน

#10 By draco on 2010-10-26 21:01

รู้สึกอย่างสั่งมาใช้ขึ้นมาทันที เพราะจะได้ไม่ต้องแบกหนังสือลิทจำนวนมหาศาลไปคณะอีกต่อไป cry

#9 By ELAROSS on 2010-10-26 20:10

ตอนนี้พวกอาจารย์ก็หันมาใช้กันตรึม เพราะพวกTextมีให้อ่านกันฟรีๆเพียบ
แถมพวกนิตยสารก็ราคาถูกแสนถูก

อ๊ายยย อยากดั้ยอยากดั้ย
น่าสนใจ

#7 By dp on 2010-10-26 19:07

เพิ่งได้ Kindle มาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (22/10/10) พอดีช่วงที่สั่งเป็นช่วงของขาด เลยใช้เวลาอาทิตย์กว่า ๆ ตั้งแต่สั่งจนของถึงบ้าน ตอนนี้ยังงู ๆ ปลา ๆ กับ feature ของมันอยู่เล่ยครับ แต่ก็อ่านหนังสือไปได้หลายบทแล้วเหมือนกัน จริง ๆ ดันไปติดอ่านหนังสือจริงค้างอยู่เลยยังไม่ได้อ่านบน kindle จริง ๆ จัง ๆ แต่สรุปว่าชอบหน้าจอมากเลยครับ อ่านแล้วดีกว่าอ่านบนจอที่มีแสงออกมาเป็นไหน ๆ big smile

#6 By Art (124.120.136.218) on 2010-10-26 18:59

ก่อนหน้านี้ก็ชอบอ่านหนังสือจริงๆเหมือนกันค่ะ แต่พอซื้ออีบุ๊คอ่านบ่อยๆแล้วก็รู้สึกว่าดีเหมือนกัน แต่อ่านนานๆบนหน้าจอแล้วปวดตา จริงๆมี kindle ก็ดีเหมือนกันนะ ถ้าซื้อมาคงจะำทำให้อ่านหนังสือได้บ่อยขึ้น

#5 By MEISANMUI™ on 2010-10-26 18:41

น่าใช้ดีจังbig smile
อยากได้ ๆ cry

#3 By caffeineaddict on 2010-10-26 17:44

ตัว I จางลงทุกที...

#2 By pradt (58.8.224.25) on 2010-10-26 17:08

(ยืนเอียงคอ ดูดไอติม)
เรารู้ว่านายเอาฟิวเจอร์บอร์ดมา
เรา รู้ (เน้นเสียง รอ เรือ)

#1 By วิชัย... on 2010-10-26 17:05