Hunch [สังหรณ์]

posted on 07 Feb 2011 21:50 by champcpe
 
hunch[N] ลางสังหรณ์, See also: ความรู้สึกสังหรณ์
 
1.
วันหนึ่งในเดือนกรกฎาคมของปีสองพันเอ็ด เจ้าหน้าที่เอฟบีไอรายหนึ่งชื่อนายวิลเลียมส์ เขียนรายงานเกี่ยวกับการส่งคนเข้าเรียนโรงเรียนการบินมากผิดปกติจากตะวันออกกลาง จากการตรวจสอบ วิลเลียมส์พบว่าพวกเด็กๆ ชาวตะวันออกกลางที่เข้าโรงเรียนการบินพวกนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นพวกหัวรุนแรง ก้าวร้าว ต่อต้านอเมริกา ที่สำคัญ หลายคนมีความเกี่ยวข้องกับโอซามะ บินลาเดน เขาเชื่อว่านี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแทรกแซงธุรกิจคมนาคมในสหรัฐฯ และอาจทำให้เกิดความเสียหายที่ยากจะแก้ไขในอนาคต
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อรายงานของเขาไปถึงส่วนกลาง กลับถูกประทับตราว่าเป็นเพียงเอกสาร 'รูทีน' ไม่ใช่เอกสาร 'ด่วน' แต่ประการใด เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า "นี่มันเป็นเพียงการคาดเดา และไม่ได้เป็นรายงานที่สลักสำคัญ" (นึกภาพเอเย่นต์เชิดๆ หยิ่งยโสโอหัง พูดไปทำเสียงฟึดฟัดไปจะได้อารมณ์ขึ้น)
 
สองเดือนหลังจากนั้น อย่างที่เรารู้กันครับว่าเกิดเหตุการณ์สลดแบบใดขึ้น
 
เมื่อมีผู้ค้นพบเอกสาร (ที่คงจะถูกซุกไว้ใต้โต๊ะของไอ้เจ้าหน้าที่ยโสๆ คนนั้น) และไปสัมภาษณ์นายวิลเลียมส์ว่า คิดอย่างไรถึงได้ทำรายงานตัวนี้ขึ้นมา วิลเลียมส์ตอบว่า "ก็แค่ลางสังหรณ์"
 
เมื่อมาคิดดูแล้ว เจ้าหน้าที่ยโสคนนั้นก็ไม่ได้ทำความผิดอะไร วันหนึ่งๆ คงมีรายงานผ่านตัวเขาไปหลายสิบหลายร้อยฉบับ เขาก็ทำไปตามหน้าที่อันเคยชิน จะให้ปักป้ายธงรายงานทุกชิ้นอันว่า 'ด่วน' ก็คงมีหวังถูกผู้บังคับบัญชาไล่ตะเพิดกลับไปเรียนเรื่องไพรออริตี้
 
เขาแค่ไม่มี 'ลางสังหรณ์' ก็เท่านั้น
 
2.
แคทารีน่า เฟค เป็นผู้ก่อตั้งลางสังหรณ์ดอทคอม หรือฮันช์ดอทคอม
 
(พอพูดเป็นภาษาไทยแล้วดูเป็นเรื่องลี้ลับโหราศาสตร์ขึ้นมาทันที...) 
 
Hunch.com คือเว็บไซต์ Recommendation Engine (เว็บไซต์แนะนำนั่นนี่) ที่พยายามจะ "รู้จัก" เราด้วยคำถามยี่สิบข้อซึ่งมีตั้งแต่คำถามไร้สาระอย่างคุณชอบกินโค้กหรือเป็ปซี่ คุณชอบซีรีส์เรื่องไหน ไปจนคำถามสาระหนักอย่างคุณรักใครมากกว่ากันระหว่างเพลโตกับอริสโตเติล (ซึ่งถ้าผมเจอแบบนี้ก็กดข้ามไปอย่างไม่ลังเล)
 
เมื่อคุณตอบคำถามมากพอ เว็บของเธอจะสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับคุณได้ เช่น คุณอาจถาม Hunch.com ว่าถ้าจะซื้อเครื่องเกม ระหว่าง XBox, Wii หรือ Playstation ฉันจะซื้ออะไรดีฮึ หรือระหว่างสปาเก็ตตี้ร้านนี้ กับสปาเก็ตตี้ร้านโน้น ร้านไหนเหมาะกับฉันมากกว่ากันฮึ
 
ความมหัศจรรย์ของ Hunch ก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องเคยตอบคำถามเกี่ยวกับเกมหรือสปาเก็ตตี้เลยสักนิด! Hunch จะใช้ข้อมูลจากคำถามไร้สาระของคุณนี่แหละ มาวิเคราะห์วิจัยด้วยข้อมูลทางสถิติ เพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการ
 
เมื่อข้อมูลความเกี่ยวเนื่องจำนวนมหาศาลล้านโกฏิที่ถ้าดูเดี่ยวๆ ก็เหมือนจะไร้สาระ (นาย A ชอบกินพิซซ่าและเต้น นาย B ชอบดูลอสท์และฟังเพลง จะรู้ไปทำไมกัน?) เดินทางผ่านระบบประมวลผลอันทรงพลังที่นักวิทยาศาสตร์สมัยก่อนต้องอิจฉา เราจะสามารถค้นพบความสัมพันธ์อันแปลกประหลาดได้
 
คนที่เชื่อเรื่องเอเลี่ยนจะชอบดื่มเป๊ปซี่มากกว่าคนที่ไม่เชื่อ คนที่ตีแมงวันจะชอบอ่านนิตยสารบ้าดารา และอื่นๆ ที่ถ้าบอกออกมาโต้งๆ ก็ดูจะมั่วเหลือแสนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทีม Hunch ค้นพบจากข้อมูล 55 ล้านอย่างที่มีคนตอบคำถามเข้ามา
 
บางคนบอกว่านี่มันเป็นแค่การเดาสุ่ม - แต่ผมเชื่อว่าถ้ามีข้อมูลมากพอและเป็นความจริงพอ สิ่งที่แคทารีน่าคิดก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน
 
เหตุผลที่เขาตั้งชื่อเว็บไซต์นี้ว่า Hunch หรือ 'ลางสังหรณ์' อาจเป็นเพราะแคทารีน่าและทีม พยายามที่จะมอบความสามารถที่มนุษย์มีมาตั้งแต่เกิดนี้ ให้กับแผงวงจรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยความช่วยเหลือของวิชาสถิติ
 
 
3.
น่าแปลกที่คำว่า 'ลางสังหรณ์' มักถูกใช้ในความหมายทางด้านลบ เราไม่ค่อยได้ยินคนพูดว่า ฉันมีลางสังหรณ์ว่าวันนี้จะต้องถูกหวยสิบล้านบาทแน่ๆ เลย แต่เราจะได้ยินประโยคอย่าง ฉันว่าวันนี้ดูลางไม่ค่อยดีเลย มากกว่า บางครั้งอาจพูดย่อๆ เพียง "เป็นลาง" ด้วยซ้ำ ฟังเท่านี้ก็ตีตนไปก่อนได้ว่าประโยคที่ตามมาคงไม่ใช่เรื่องแฮปปี้ดี๊ด๊าปาจิงโกะ
 
เมื่อเรามีลางกับอะไรบางอย่าง เราก็มักจะระวังตัวกับเรื่องนั้นๆ มากขึ้น นี่อาจเป็นข้อดีของลางสังหรณ์ก็ได้ ในฐานะภูมิคุ้มกันก่อนเกิดเหตุเป็นเรดไลท์ให้มนุษย์
 
แต่บ่อยครั้งที่หลังจากเกิดเหตุไม่ดีไปแล้ว จะมีคนอวดตนว่ามีลางสังหรณ์ย้อนกลับ พูดประโยคยอดฮิตออกมาดังๆ ให้ทุกคนได้ยินและปลาบปลื้มไปในสันชาติญาณอันแม่นยำว่า:
 
"เราว่าแล้ว..." (หรือ "กูว่าแล้ว" ตามระดับความสุภาพ)
 
หากลางสังหรณ์ของเขาเป็นจริง เขาคงรู้ก่อนและสังหรณ์ได้ว่าการพูดประโยคออกมา นอกจากไม่มีประโยชน์ (คือไม่ช่วยสร้างสมญานามว่าเป็นเมพ แหม รู้ก่อนเหรอ โห เก่งจริงๆ เลยนะนายเนี่ย) ยังจะเป็นการซ้ำเติมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว โรยเกลือใส่แผล และจะตามมาด้วยคำถาม:
 
"รู้ก่อนแล้วทำไมไม่บอก"
 
ซึ่งในสายตาของผม เป็นคำถามที่มีเหตุผลในทุกประการ!
 

Comment

Comment:

Tweet

therealestateone is the online platform that provides you the opportunity to buy property of the premium quality and remarkably affordable prices.

#23 By real estate market (182.186.243.217) on 2012-04-26 13:53

555555Hot!
รู้แล้วทำไมไม่บอก !?

#21 By P-onNo. on 2011-02-14 08:06

นั่นสิ55confused smile confused smile Hot!

#20 By Affro on 2011-02-10 23:29

อ่านแล้วต้องให้Hot! Hot! ว่าแล้วเชียว!!!!!

#19 By Opalyn's on 2011-02-10 14:41

อ่านสนุกมากเลยค่ะ
เราชอบพูดเหมือนกันค่ะ คำว่า "เราว่าแล้ว" ..
แต่เป็นในเรื่องทางบวก มากกว่าทางลบ ๕๕๕๕
มักจะเป็นคนที่สังเกตแล้วเก็บไปคิดคนเดียว
ไม่ได้บอกใคร พอผลออกมาก็จะแบบ "ว่าแล้วเชียว"
cry Hot! Hot!

#18 By indeway on 2011-02-10 11:13

โดนใจ

#17 By ballerina slippers (223.204.128.12) on 2011-02-10 01:46

Hot! อยากได้ลางดีๆ เช่นถูกหวย ฮ่าๆ sad smile

สต. ไม่อยากให้มีลางอะไรเกิดขึ้น
เพราะพอพูดเรื่องลางแล้ว จะนึกถึงเรื่องไม่ค่อยดีเท่าไรค่ะ

#16 By กุ๊กๆๆ_____,,* on 2011-02-09 17:48

Hot! Hot!

#15 By jomojoe on 2011-02-09 12:48

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By red_maple on 2011-02-09 12:30

ว่าแล้วต้องมีลาง ได้อ่านเอนรี่นี้ งิงิ

confused smile confused smile Hot!

#13 By ปิยะ99 on 2011-02-09 08:26

Omen of love, I guess.

เรื่องลางสังหรณ์ หรือ sixth senses นี้ในแง่พุทธศาสนา มันคือทิพยจักขุญาณที่ยังเป็นชั้นโลกียะ ประกอบด้วยสัญญาณรบกวนจากอุปาทาน(ความยึดมั่นถือมั่น)มากมาย ฉะนั้นคนที่มีเซ้นส์เหล่านี้จริง ๆ จึงมักไม่ค่อยแน่ใจในลางสังหรณ์ของตน เพราะบางทีมันก็ถูก บางทีมันก็ผิด แล้วแต่กำลังของวิปัสสนาญาณ

ผู้ที่พยายามพยากรณ์ และแสดงว่า ตนเองเมพ มีทักษะพิเศษสามารถหยั่งรู้วิเศษได้ มักเป็นผู้ที่มีวิปัสสนาญาณอ่อน เราจึงมักพบวลี "กูว่าแล้ว" นี้หลังจากที่เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เพราะเขามักรู้ผิดมากกว่ารู้ถูก ส่วนผู้ที่มีกำลังวิปัสสนาญาณสูง ๆ มักไม่แสดงตัวว่า เขารู้วิเศษ

ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่า ผู้หยั่งรู้นั้นไม่มีจริง หรือผู้ที่ปรารภประโยคว่า "กูว่าแล้ว" นั้น เฮงซวยไปเสียทั้งหมด

เขาอาจเป็นผู้มีทิพยจักขุญาณที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝน

เท่านั้นเอง

เจริญธรรม ฯ

Hot!

#12 By Dhammasarokikku on 2011-02-08 22:09

เราว่าแล้ว!!!

Hot! Hot!

#11 By i-am-i-tim on 2011-02-08 19:30

Hot!

#10 By givgiw on 2011-02-08 16:42

ต้องหมั่นสังเกตลางสังหรณ์ของตัวเองบ้างแล้วล่ะค่ะ..

"เราว่าแล้ว" นี่.. เหลือเกินจริงๆ
เอิ๊ก ๆ ๆๆ

#9 By ป่ า น ,, on 2011-02-08 15:59

Hot! เจ๋ง!

#8 By cotyledonnutchan on 2011-02-08 12:07

เท่าที่สังเกตคนที่ชอบพูด..กูว่าแล้ว!
จะมีหลักการอ้างอิงความผิดพลาดล้านแปด (ทั้งที่ไม่เคยทำ)
แล้วก็ไม่ค่อยคิดทำอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ
เพราะกลัวคนอื่นจะใช้คำนี้กับตัวเองน่ะ -..-'

แต่เมื่อไหร่คนอื่นทำถูก..ทำดี โชคดีประสบความสำเร็จ
ไม่เห็นจะบอก เฮ้ย! กูคิดผิดว่ะ confused smile

#7 By ไอ้แป้น : i-phan on 2011-02-08 09:51

เพิ่งทราบว่ามีเว็บทำนองนี้ด้วย ขอบคุณที่แชร์นะคะ
บทความนี้เขียนดีจัง confused smile Hot!

#6 By Öam on 2011-02-08 08:49

ลางสังหรณ์ก็เกิดจากการประมวลผลทางความคิด ถ้าข้อมูลดีพอก็อาจจะแม่นยำได้นะครับ big smile Hot!

#5 By 40reborn on 2011-02-08 01:16

ชอบบทความนี้ที่สุดเลยคะ
อ่านไปขำไป นึกถึงหน้าเพื่อนที่ชอบพูดประโยคนี้มากconfused smile
โดนใจมากเลยครับ Hot! Hot! Hot!

#3 By Pigwidgeon on 2011-02-07 23:00

ถ้าสิ่งที่เขารวบรวมมามีสถิติสูงๆก็น่าเชื่อในลางสังหรณ์นะคะ อย่างในหนังสือ outlier ของ malcolm ที่เคยเขียนว่าคนเกาหลีมักจะขับเครื่องบินตกมากกว่า(ถ้าจำเนื้อหาในหนังสือไม่ผิด)พอดีอ่านนานแล้วค่ะ แต่ว่าบล็อคนี้อ่านประดับความคู้ใหม่ดีค่ะ ขอบคุณที่เขียนแชร์ เพิ่งรู้ว่ามีเว็บประเภทนี้ด้วย
confused smile

#2 By MEISANMUI™ on 2011-02-07 22:59

อ่านข้างล่างแล้วโดนอย่างแรง !!
เพราะเพื่อนคนหนึ่งเป็นแบบนี้ ..

ลางสังหรณ์... น่าสนใจจริงๆ Hot!

#1 By iMagaZiin3+ on 2011-02-07 22:59